บันทึก, diary

ความเปลี่ยนแปลงในความเป็นไป

รู้สึกห่างกับการเขียนบล็อกมาก นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เปิดคอมมาแล้วนึกอยากจะเขียนอะไรก็เขียน อยากเล่าเรื่องในแบบที่เราอยากจะเล่า เป็นในสิ่งที่เราอยากจะเป็น

แม้จะไม่ได้เขียนบล็อก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเลิกเขียนหนังสือ

ทุกวันนี้ ได้ทำงานประจำเป็นกองบรรณาธิการนิตยสาร เวลาที่จะเขียนบล็อกจึงน้อยลงไป เพราะต้องเอาเวลาไปเขียนต้นฉบับ เตรียมประเด็นสัมภาษณ์ และการประชุมกองในวาระต่างๆ ซึ่งจริงๆ ก็เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นเอง

การเขียนบล็อก ต่างกับการเขียนต้นฉบับมากๆ เพราะบล็อกสามารถใส่ความเป็นตัวเองลงไปได้อย่างไม่จำกัด แต่การเขียนต้นฉบับนิตยสารรายเดือนนั้น บางทีอาจจะมีปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่นประเด็น การใช้ภาษา คนที่เลือกสัมภาษณ์ และขีดจำกัดเรื่องเวลา แต่ทั้งสองอย่างก็เป็นสิ่งที่หนุนเนื่องซึ่งกันและกัน

วันนี้มีโอกาสได้กลับมาเขียนบล็อก ก็เลยอยากจะอัปเดตชีวิตตัวเองสักหน่อย ว่าที่ผ่านมาได้เจออะไร ผ่านอะไรมาบ้าง ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยขนาดไหน

 

งานในฝัน – คนทำหนังสือ

เป็นความฝันที่อยากจะทำให้ได้มาตั้งแต่เรียนจบแล้ว อยากจะเป็นนักเขียน ได้ออกไปสัมภาษณ์ พูดคุยกับคนอื่น แล้วกลับมาเขียน เพื่อส่งต่อเรื่องราวดีๆ ที่เราได้ฟังมาให้กับคนอื่น นอกจากนี้ยังได้ฝึกฝน เรียนรู้ทักษะการเขียน การจับประเด็นด้วยการทำงานจริง

ตำแหน่งกองบรรณาธิการนั้น เหนื่อยแสนเหนื่อย หนักแสนหนัก ไม่ค่อยมีเวลาได้พักผ่อนมากนัก ปิดต้นฉบับนี้ ต้องไปเขียนงานอื่นต่อ วนเวียนไปอยู่อย่างนี้ อยู่กับการอ่าน อยู่กับการเขียน การค้นคว้า ขบคิด นำเสนอ เผื่อผลิตต้นฉบับคุณภาพในแต่ละเดือนออกสู่สายตาของผู้อ่าน

ต่อให้เหนื่อย ให้หนัก ก็จะเดินหน้าบนเส้นทางสายนี้ต่อไป เพราะว่าเราเลือกแล้ว ว่าจะทำงานนี้ไปตลอดชีวิต

 

ประตูบานใหญ่ – ค่ายสารคดีครั้งที่ 10 

โชคดีมากๆ ที่ได้เข้าค่ายนี้ นิตยสาร สารคดี เป็นนิตยสารอันดับต้นๆ ของเมืองไทย โดดเด่นอยู่บนแผงหนังสือมาอย่างยาวนาน ดีใจที่ได้เป็นหนึ่งใน 50 คนที่ได้รับการคัดเลือกให้มาเรียนการเขียน และการถ่ายภาพงานในเชิงสารคดี ทำให้เราได้เรียนรู้ ฝึกฝน จากครูสารคดีอันดับต้นๆ ของประเทศ

นอกจากได้เรียนรู้ ได้โอกาสในการพัฒนาตัวเองแล้ว ยังได้เจอเพื่อนๆ ที่ชอบอะไรเหมือนกัน คุยภาษาเดียวกัน ก่อเกิดเป็นมิตรภาพที่แน่นแฟ้น ไม่รู้ว่าจะโชคดียังไงแล้ว ดีใจมากๆ ที่ได้เจอเพื่อนๆ ทุกคน ได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยน สนับสนุนกัน เป็นอีกสิ่งดีๆ ที่เข้าในชีวิตตอนนี้เลย

“อย่าขาดกันนะ”

 

สารคดี

 

เป้าหมายที่ตั้งไว้ และมิตรภาพในหมู่นักอ่าน

60 BOOK’HUNTER เป็นกลุ่มในเฟซบุ๊กที่เราเข้าร่วมตั้งแต่ต้นปี เป็นกลุ่มที่ตั้งเป้าหมายว่าจะอ่านหนังสือให้ได้ 60 เล่มในปีนี้ เมื่ออ่านจบแล้ว จะต้องเขียนรีวิวให้เพื่อนๆ ในกลุ่มได้อ่านด้วย

ตอนนี้เราอ่านและรีวิวหนังสือได้ 58 เล่มแล้ว เป้าหมาย 60 เล่มที่ตั้งไว้ยังไงก็ทำได้อย่างแน่นอน เมื่อผ่านก้าวแรกไปแล้ว ก็อยากจะท้าทายตัวเอง อ่านหนังสือให้ได้ 100 เล่ม ไม่รู้ว่าจะทำได้มากแค่ไหน แต่ก็ลองดูหน่อยแล้วกัน

ในกรุ๊ปนี้ ไม่ใช่แค่ได้อ่านหนังสือ ได้ทำให้เสร็จตามเป้าที่ตัั้งเอาไว้ แต่ทำให้เราได้เจอเพื่อนที่ชื่นชอบอะไรคล้ายๆ กัน เจอคนที่คุยกันแต่เรื่องหนังสือ ถกเถียง แลกเปลี่ยน แนะนำหนังสือดีๆ ให้แก่กัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประทับใจมากๆ สมแล้วกับคำว่า

“เราพบกันเพราะหนังสือ”

 

ชีวิตโดยรวมในปีนี้ถือว่าดีและลงตัวมากๆ เพิ่งได้อ่านสเตตัสของพี่บอย วิสูตร แสงอรุณเลิศ นักเขียนผลงานเบสต์เซลเลอร์ ที่บอกว่า “ควรตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าในแต่ละปี เราเก่งขึ้นกว่าปีก่อนหรือเปล่า” 

ด้วยคำถามนี้ ทำให้เราทบทวนตัวเอง เรียบเรียง และเขียนเป็นบล็อกนี้ออกมา ซึ่งไม่รู้ว่าบล็อกต่อไปจะอัปเดตตอนไหน แต่อย่างน้อย เราก็ยังดีใจที่ตัวเองอยากเขียน อยากเล่าเรื่องอยู่ แม้ว่าจะเป็นเรื่องของตัวเองก็ตาม 

ยังมีคำถามมากที่รอให้ตั้ง ยังมีคำตอบมากมายที่รอให้ตอบ ให้ค้นหา แต่สำหรับคำถามของพี่บอย เราขอส่งคำตอบด้วยบล็อกนี้ก็แล้วกัน : )

Advertisements
Standard

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s