บันทึก

ผมค้นพบความสุขจากการเขียน (ด้วยลายมือ)

ไม่ปฏิเสธว่า การพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์สะดวกและรวดเร็วอย่างมาก พิมพ์เสร็จก็สามารถจัดการต่อได้ง่าย จะส่งอีเมลล์ พิมพ์งาน เขียนต้นฉบับ และยังจะสะดวกในการตรวจทาน แก้ไข ไม่ต้องทำให้สกปรกเหมือนอย่างการเขียนด้วยลายมือ

แต่หลังจากที่ผมได้ทดลองเขียนต้นฉบับด้วยลายมือ ผมสัมผัสได้ถึงความผูกพันในงานเขียนมากกว่าการพิมพ์ลงไปในคอมพิวเตอร์ อาจจะเป็นความชอบส่วนตัวก็ได้ ที่มีรสนิยมแบบนี้

การถ่ายทอดเรื่องเล่าผ่านลายมือ มันทำให้เราเป็นเจ้าของงานอย่างสมบูรณ์ เพราะลายมือนี้ เป็นของเราคนเดียว มีแค่ลายมือเดียวในโลก เวลาเขียนต้นฉบับ ร่างแรก ผมมักจะใช้ดินสอเขียนลงไปให้เร็วที่สุด เท่าที่หัวสมองของผมจะคิดได้ คิดๆๆๆ เขียนๆๆๆ แค่เป็นลายมือที่พอจะอ่านออกได้ก็พอ ส่วนร่างที่สอง จะอ่านทวนแล้วแก้ไขข้อความ ให้ลื่นไหลมากที่สุด แล้วเขียนด้วยปากกาสีดำอีกครั้ง (เป็นการทบทวนและแก้ไขเนื้อหาไปในตัว)

และสุดท้าย ผมค่อยนำต้นฉบับนั้น มาพิมพ์ลงในคอมพิวเตอร์

หลายคนอาจจะมองว่ามันช้า ไม่ทันใจ ทำไมต้องมานั่งเขียนหลายๆ รอบ แค่พิมพ์ในคอมฯ แล้วก็มานั่งแก้เอาไม่ได้หรือ? มันก็ได้ครับ แต่จากการที่ผมลองเขียนงานจากทั้งสองวิธี พอเอามาเทียบกันแล้ว ผมชอบการเขียนต้นฉบับด้วยลายมือมากกว่าเท่านั้นเอง

คงเป็นเพราะคิดอะไรได้แล้วก็จดลงไปก่อน เขียนลงไปในส่วนไหนก็ได้ของต้นฉบับ จะขีดฆ่า โยงคำนี้ไปหาคำนู้น หรือขีดฆ่าประโยคไหนทิ้งก็ทำได้ง่าย แม้จะรก และสกปรกไปบ้าง แต่ผมก็เข้าใจ

ผมไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ยังมีคนรุ่นใหม่ที่เขียนต้นฉบับด้วยลายมือแบบผมหรือเปล่า แต่เท่าที่ผมเคยสัมภาษณ์ หรือเคยอ่านบทสัมถาษณ์นักเขียนหลายๆ คน พวกเขายังเลือกที่จะผลิตต้นฉบับด้วยลายมือกันอยู่ พอผมได้ลองใช้วิธีนี้ทำงานดู ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงเลือกเขียนงานด้วยลายมือ

พูดถึงการเขียนด้วยลายมือ ก็นึกต่อไปอีกว่า ในปัจจุบันนี้เราเขียนหนังสือด้วยลายมือมากน้อยแค่ไหนกันนะ เพราะตอนนี้การสื่อสารของเราไปไวเหลือเกิน พิมพ์คุยกันผ่านมือถือก็ส่งข้อความถึงกันแล้ว สะดวกมาก มากจนเราแทบจะไม่ใช้โทรศัพท์คุยกันด้วยซ้ำ

ผมคิดถึงสมัยที่คนรุ่นก่อนเขียนจดหมาย เขียนเพลงจีบกัน รู้สึกว่ามันคลาสสิคดีเหมือนกัน เขียนจดหมายด้วยลายมือ เขียนไม่รู้กี่หน้าต่อกี่หน้า เขียนแล้วลบ ลบแล้วเขียนใหม่ อ่านทวนไม่รู้กี่รอบ เพื่อให้ได้จดหมายที่บรรจุ ‘ความรู้สึก’ อันมากมายมหาศาลไปถึงผู้รับ ลายมือที่ใช้ก็เป็นฟอนต์ส่วนตัวที่ไม่มีใครสามารถเลียนแบบได้

ผมชอบอะไรแบบนี้ที่สุดเลย

คงจะดี ถ้าได้เขียนต้นฉบับงานเขียนด้วยลายมือ ที่บรรจุความคิด ความรู้สึกต่างๆ ลงไปให้คนอื่นได้อ่าน

และจะดีกว่านั้นมาก ถ้ามีใครสักคนให้ผมเขียนจดหมายไปหาบ่อยๆ ผมว่ามันคงเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกทีเดียวล่ะ  

Advertisements
Standard

2 thoughts on “ผมค้นพบความสุขจากการเขียน (ด้วยลายมือ)

  1. อาจอง พงศ์ศริประเสริฐ says:

    เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ แม้ผมไม่ใช่นักเขียน แต่มีความรู้สึกว่าการเขียนด้วยลายมือคือตัวตนของเราเอง เป็นอัตลักษณ์ เป็นจิตวิญญาณ และเป็นหนึ่งเดียวไม่มีเหมือใคร คิดอยู่ตลอดมาหลายปีแล้ว ว่าทำไมไม่มีใครสักคน คิดทำ application อะไรสักอย่างมาทำให้เราได้ เขียนลงคอมได้และให้มันเก็บได้ สองรูปแบบคือทั้งลายมือและแบบพิมพ์ หากเราต้อกางพิมพ์ก็เลือกได้ว่าจะพิมพ์แบบไหน เพราะเท่าที่ใช้คอม มาก็ร่วมสามสิบปียังไม่เห็นใครทำได้ หรือคิดทำ เพราะจริงๆ แล้วมีผลการวิจัยมากมาย ว่าการเขียนนั้นทำให้เราคิด และพัฒนาการต่างๆ ได้เพิ่มขึ้นไปพร้อมกันด้วย หากยังเป็นเหมือทุกวันนี้ว่าทุกคนใช้วิธิพิมพ์บันทึกอะไรหมด เด็กจะไม่ได้ฝึกการเขียน แล้วอะไรเกิดขึ้นละ ครับ ฝันว่าวันหนึ่งลุกหลานเราจะถูกบังคับให้เขียนอย่างน้อยสิบบรรทัดทุกวัน และเราสามารถเขียนเพื่อลงคอมพิวเตอร์ด้วยลายมือเราเองนะครับ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s