บันทึก

วันที่ผมอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเล่มแรกจบ (สักที)

frank

ตั้งแต่วันแรกที่ได้เอาเท้าไปเหยียบที่ร้านคิโนะคุนิยะ สาขาสยามพารากอนกับเพื่อนตอนปีหนึ่ง ก็บอกตัวเองว่า สักวันตัวเองจะอ่านหนังสือภาษาอังกฤษให้ได้อย่างคนอื่นเขาบ้าง

เวลาผ่านไป ปีแล้วปีเล่า ภาษาอังกฤษกับผมก็ห่างเหินกันเข้าไปทุกที ตั้งแต่เรียนจบ ผมแทบจะไม่ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาเลย ไม่ได้อ่าน ไม่ได้เขียน ไม่ฟัง ได้แต่พูดบ้างตามวาระโอกาสที่ถนนข้าวสารเป็นครั้งคราว

แต่พอเห็นคนอื่นๆ อ่านได้ ก็มีไฟอยู่พักนึง แล้วก็เลิกล้มไป เป็นวงจรอุบาทว์อย่างนี้ซ้ำไปซ้ำมา ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยศึกษาหรือหาทางฝึกฝน เคยไปซื้อหนังสือฝึกภาษาจากซีเอ็ดมาอ่าน แต่พอมันยากก็เลิก ซื้อหนังสือปกสวยๆ เนื้อเรื่องที่ชอบ แต่พอเจอศัพท์ยากๆ รูปภาษาแปลกๆ จนพาลไม่อ่านมันซะอย่างนั้น

มันรู้สึกแย่เหมือนกันนะ ที่เวลางานเขียนเล่มล่าสุดของนักเขียนที่เราชอบออกใหม่แล้วต้องรอแปลก่อนถึงจะได้อ่าน แต่เพื่อนคนอื่นเขาอ่านกันไปเรียบร้อยแล้ว แย่เหมือนกัน เวลาขึ้นรถไฟฟ้ากลับจากสยามแล้วเห็นเด็กเตรียมฯ นั่งอ่านนิยายภาษาอังกฤษกันแทบทุกคน

จนบ้างครั้งมาตั้งคำถามกับตัวเองจริงๆ จังๆ ว่า “นี่ตกลงว่าชีวิตนี้กูจะไม่มีวันอ่านหนังสือภาษาอังกฤษอย่างคนอื่นเขาได้เลยหรอวะ?”

ผมเก็บคำถามนั้นไว้กับตัวเองจนเวลาผ่านมาเกือบ 6 ปี จนน้องสาวชวนมาเดินงาน Big Bad Wolf Bangkok ที่เมืองทองธานี ที่นี่เองที่ผมได้พบกับขุมทรัพย์มหาศาล ทั้งวรรณกรรมคลาสสิค นิยายวัยรุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้ วรรณกรรมเยาวชน คอมิคบุ๊ก หนังสือภาพ และหนังสือต่างๆ ที่น่าอ่านอีกมากมาย ที่สำคัญคือมันถูกอย่างไม่น่าเชื่อ!

ติดอยู่เพียงอย่างเดียว – ทุกเล่มเขียนด้วยภาษาอังกฤษ

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ผมก็เพลิดเพลินกับหนังสือหลากหลายที่จัดแสดงในงาน มันทำให้ผมรู้ว่าตัวเองยังอ่านน้อยอยู่มาก ไม่เพียงแต่หนังสือภาษาไทย แต่หนังสือภาษาอังกฤษดีๆ ที่ยังไม่มีคนแปล (หรือไม่มีทางแปลเพราะขายไม่ได้แน่ๆ ) รอให้เราอ่านและตักตวงความรู้อีกมาก

ผมซื้อรวมเรื่องแต่งวิทยาศาสตร์ของ H.GWELLS เล่มหนาปึ้กมาหนึ่งเล่ม เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่ามันถึงเวลาแล้วล่ะ ที่เราต้องฝึกทักษะนี้จริงๆ จังๆ สักที กลับไปถึงบ้าน ผมค้นหนังสือ Frankenstein ที่เคยซื้อไว้นานแล้วมาตั้งใจอ่านอย่างจริงๆ จังๆ พยายามเปิดดิคให้น้อยที่สุด ค่อยๆ อ่าน ทำความเข้าใจไปเรื่อยๆ จากหนึ่งหน้า สองหน้า ห้าหน้า สิบหน้า จนจบในที่สุด แม้จะมีศัพท์หลายคำที่ไม่รู้ แต่ก็อาศัยเดาเอาจากบริบท ค่อยๆ เชื่อมโยงเนื้อหา และสามารถเข้าใจเนื้อเรื่องได้

แม้มันจะเป็น Basic Starts ไม่ใช่ฉบับเต็มก็ตาม แต่สำหรับคนเคยล้มเลิกไปไม่รู้กี่ร้อยครั้ง การอ่านได้จนจบถือเป็นสัญญาณที่ดีมากๆ อย่างน้อยๆ ก็ถือว่าได้ก้าวออกมาจากจุดเดิมแล้ว ยังมีบันไดอีกหลายขั้นที่ผมต้องข้าม เพื่อผ่านกำแพงภาษานี้ไปให้ได้

ตอนนี้เริ่มรู้สึกกับการปีนกำแพงซะแล้วสิ

Advertisements
Standard

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s