บันทึก

สงกรานต์ บ้าน หนังสือ

4

สงกรานต์ปีนี้นับเป็นวันหยุดยาวครั้งแรกหลังจากที่กลับมาทำงานประจำ ผมพยายามวางแผนที่จะทำให้ได้ทุกอย่างในหยุดยาวครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกลับบ้านต่างจังหวัดเพื่อเยี่ยมญาติ ไปเล่นน้ำกับเพื่อน ปาร์ตี้ให้สนุกสุดเหวี่ยง อ่านหนังสือ ดูหนังและดูซีรีส์ที่ค้างคาเอาไว้

แต่ก็นั่นแหละครับ ความเป็นจริงมักสวนทางกับสิ่งที่คิดไว้เสมอ

ผมทำได้เพียงแค่ไปเยี่ยมญาติที่ปากช่อง ดื่มเบียร์กับเพื่อน และนอนอ่านหนังสืออยู่บ้านเท่านั้นเอง แม้จะไม่ได้ครบตามที่ต้องการ แต่วัดจากความสุขหลังอ่านหนังสือเล่มต่างๆ จบ ผมก็คิดว่าช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา (และกำลังจะหมดไป) ของผมนั้นคุ้มค่าแล้วล่ะ

เดียวดายใต้เงาจันทร์: โก้วเล้งรำพัน
โลกหมุนไปวันวัน
เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล
สิทธารถะ

คือจำนวนหนังสือทั้ง 4 เล่มที่ผมอ่านจบในช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา บางเล่มอ่านระหว่างเดินทาง บางเล่มอ่านตอนรอเพื่อนที่ร้านเหล้า และบางเรื่องทุ่มสมาธิตั้งใจอ่านอยู่บ้านไม่ไปไหนเพราะไม่อยากพลาดใจความสำคัญและประเด็นอันลุ่มลึกจากตัวหนังสือ

บางเล่มพาเราไปรู้จักกับโลกของมิตรภาพ สุรา ปรัชญาชีวิต บางเล่มพาไปเจอกับโลกใหม่ของโสเภนี ชายผู้พยายามฆ่าตัวตาย และจิ้งจก บางเล่มพาเราเข้าไปในความสงบของแม่น้ำที่มอบบทเรียนอันล้ำค่ามากมายรอให้เราตักตวงไม่รู้จบ

ถ้าหากเป็นช่วงเวลาที่ทำงานไม่ประจำ แค่อ่านหนังสือจบหลายๆ เล่มก็คงไม่น่ายินดีอะไรเท่าไหร่เพราะมีเวลาค่อนข้างเหลือเฟือ แต่หลังจากที่ทำงานประจำ จำนวนเล่มหรือหนังสือที่เลือกอ่านก็น้อยลงไปมากทีเดียว ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมานี้แม้ไม่ได้ชุ่มฉ่ำด้วยสายน้ำ แต่ก็ได้เพลิดเพลินไปกับกระแสธารของตัวอักษรก็ไม่เลวเหมือนกัน

พักหลังมานี้ผมมักจะไม่เอาหนังสือไปใส่ปกเหมือนแต่ก่อน อย่างแรกเพราะความไม่สะดวก แต่อีกปัจจัยหนึ่งก็คือผมชอบสัมผัสหน้าปกอย่างที่มันควรจะเป็น เพราะหนังสือบางเล่มที่เลือกเฟ้นกระดาษสำหรับปกอย่างดีให้ผู้อ่านได้เสพอรรถรสยามสัมผัสด้วย ดังนั้นมันจึงเป็นการเข้าถึงหนังสืออีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบมากๆ ในตอนนี้ (คงได้เล่าอีกทีตอนเขียนถึงหนังสือ สิทธารถะ เพราะมันทำให้ผมเข้าใจความคิดนี้มากขึ้นเลย)

มันจึงเป็นวันหยุดที่เราปล่อยตัวปล่อยใจไปกับตัวอักษร ใช้เวลาทุกๆ วันไปกับการอ่าน อ่านอย่างหิวกระหาย อ่านอย่างละโมบ อ่านอย่างคนเพิ่งเจอขุมสมบัติล้ำค่า

ผมไม่อยากให้วันหยุดหมดไปเลย.

Standard
บันทึก

That’s What I Write

ฟ้า

หลังจากโดนแม่ปลุกให้ปิดบ้านตอนเช้า ลูบหัวแมว เช็คมือถือดูข้อความของคนที่รออยู่ (ซึ่งไม่ตอบ) อ่านหนังสือสักเล็กน้อย ผมก็เปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ เรียบเรียงความคิดชั่วแล่นที่ผ่านเข้ามาในตัวเป็นตัวอักษรให้ได้เท่าที่ความสามารถของตัวเองจะเอื้ออำนวย

ผมชอบเช้าวันเสาร์ที่ไม่มีใครอยู่บ้าน เคหสถานนี้เป็นของผมในเวลาไม่กี่ชั่วโมง นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับนั่งเขียนหนังสือ (ที่แม้มันอาจจะไม่ได้ใช้ หรือไม่ได้เรื่องก็ตามแต่) อย่างน้อยผมก็ได้เขียนหนังสือ

มันเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่เราหลีกหนีจากการงาน (ที่เกี่ยวกับการเขียนอยู่ดี) มาเขียนในสิ่งที่เราอยากจะเขียน อยากจะสื่อสารจริงๆ ไม่ใช่งานเขียนที่ต้องพูดแทนคนอื่น หรือเขียนเพื่อให้คนอื่นชอบ ถูกใจ หรือให้มันดัง ปัง และเปรี้ยง

แม้งานที่ทำอยู่จะสนุกไม่น้อยเวลาเราได้คิดงานให้ลูกค้า (และลูกค้าของลูกค้า) ชื่นชอบในตัวอักษรและความคิดสร้างสรรค์ของเรา แต่ลึกๆ แล้วสิ่งที่อยากบอกเล่า อยากเขียน อยากสื่อสาร น่าจะเป็นงานเขียนเล็กๆ ในซอกหลืบของเว็บไซต์ อยู่ในนิวฟีดส์ที่หลายๆ คนอาจเลื่อนผ่าน หรืออ่านแล้วอาจจะไม่ถูกใจ, ก็ไม่เป็นไร ผมเพียงแต่อยากจะเขียนมันออกมาเท่านั้นเอง

นักเขียนหลายๆ คนที่รู้จัก มักจะสอนผมว่า ควรจะมีประเด็น หรือตั้งธงในใจเอาไว้ก่อนว่าจะเขียนอะไร เขียนแบบไหน เขียนให้ใครอ่าน แน่นอนว่าในงานเขียนบล็อก เรื่องสั้น หรืออะไรก็แล้วแต่ในพื้นที่ส่วนตัวของผมนี้ ผมไม่เคยทำได้อย่างที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการสอนมาเลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่ว่าตัวเองห้าวหาญหรือเก่งกล้าอะไร หากแต่ผมมองว่าพื้นที่ตรงนี้มันคือไดอะรี่เสรี ที่ผมอยากจะคิด อยากเขียน อยากจะเล่าอะไรก็ได้ที่อยากเล่าออกมาก็ได้ ไม่มีกรอบ ไม่ต้องทำ persona อย่างที่นักการตลาดออนไลน์สอนมา ไม่ต้องสน ___ สน ___ ใดๆ ทั้งสิ้น ผมก็แค่เขียนอะไรของผมไปเรื่อยๆ

แค่นั้นเอง.

Standard
รีวิวหนังสือ

เล่มนี้ต้องพิมพ์ซ้ำ! เล่ม 1

พิมพ์ซ้ำ

 

เอาจริงๆ นี่ก็เป็นอีกเล่มที่รออ่านมากๆ ในงานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้ เพราะเคยดูซีรีส์มาก่อน แล้วชอบมากๆ มันเป็นเรื่องของนักกีฬายูโดที่ชีวิตพลิกผันมาเป็นกองบรรณาธิการนิตยสารการ์ตูน ซึ่งอะไรที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ คนทำหนังสือ หรือนักเขียน เป็นประเด็นที่ผมสนใจมากๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงไม่มีข้อยกเว้นที่จะหยิบมาพูดถึง

ถ้าหากใครเคยอ่าน ‘BAKUMAN วันซนคนการ์ตูน’ มาก่อนก็คงพอจะนึกภาพออก มันคือการ์ตูนที่เล่าเรื่องสลับฝั่ง จากชีวิตนักเขียนมาเป็นชีวิตกอง บก. บ้าง ซึ่งก็ทำให้เราเห็นถึงความยากลำบาก และความมุ่งมั่นในการทำงานของคนทำงานหนังสือว่าพวกเขาทุ่มเท ต้องการยืนเคียงข้างนักเขียน และอยากทำหนังสือดีๆ ออกมาสู่ผู้อ่านมากน้อยเพียงใด

ด้วยความที่เป็นนักกีฬาเก่า ทำให้นางเอกมีความ alert และมุ่งมั่นเร่าร้อนอย่างมาก และความมุ่งมั่น ความพยายามเหล่านี้ก็แผ่กระจายไปถึงตัวละครทุกๆ ตัว จนทำให้เกิดเป็นความประทับใจกับผู้อ่านได้

อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบมากๆ สำหรับเวอร์ชั่นการ์ตูนที่นอกจากเนื้อหาจะลึกซึ้งและมีมิติมากขึ้นจากฉบับซีรีส์แล้ว ลายเส้นของอาจารย์ NAOKO MAZDA ยังมีเสน่ห์และเป็นตัวของตัวเองมากๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ผมถึงถูกใจลายเส้นแบบนี้เป็นที่สุด

โดยรวม เล่มนี้ต้องพิมพ์ซ้ำ! ก็เป็นการ์ตูนอีกเรื่องที่คนไม่เคยดูซีรีส์มาก่อนก็น่าจะชอบในความมุ่งมั่นและรักงานของตัวเอก หรือคนที่เคยประทับใจกับซีรีส์มาแล้วคงกรี๊ดแตกอย่างแน่นอน เอาเป็นว่าไปลองอ่านดู เดี๋ยวรู้เรื่อง

Standard
รีวิวหนังสือ

Before Dialog_ บางวันของหญิงสาวแปลกประหลาด

before

ระหว่างเล่นทวิตเตอร์ฆ่าเวลาไปเรื่อยเปื่อย ก็สะดุดใจกับการเปิดพรีออเดอร์หนังสือทำมือของรุ่นพี่นักเขียนคนหนึ่ง ที่เพิ่งมีหนังสือเล่มแรกไปเมื่องานหนังสือครั้งที่แล้ว

หนังสือทำมือเล่มนี้เป็นเหมือนหลังบ้าน และที่มาที่ไปของหนังสือเล่มนั้น รวมไปถึงที่มาของการได้เข้ามาเป็นนักเขียนในสำนักพิมพ์ที่พิมพ์งานให้เขาด้วย

Dialog_ บางวันของหญิงสาวแปลกประหลาดเป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่มีตัวละครหลากหลาย บทสนทนาน่าประทับใจ บางเรื่องเรียบง่ายและอบอุ่น บางเรื่องก็หม่นเศร้าเทาทึม (เท่าที่สำนักพิมพ์จะเอื้ออำนวย) และบางเรื่องดูมีชีวิตชีวาราวกับตัวละครนั้นๆ มีตัวตนจริงๆ

Before Dialog_ เปรียบไปแล้วก็เหมือนการจัดมีตติ้งระหว่างนักเขียนกับนักอ่าน แล้วร่วมพูดคุยว่าเรื่องสั้นแต่ละเรื่องที่เขียนขึ้นมานั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง เป็นการสะท้อนเบื้องลึกเบื้องหลังของงานเขียนแต่ละชิ้น ว่าในตอนนั้นคนเขียนรู้สึกอย่างไร คิดอะไรอยู่ ทำไมถึงเขียนเรื่องสั้นชิ้นนั้นออกมา และแน่นอนว่ามันทำให้เราได้รู้จักตัวตนของนักเขียนมากขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียว

มันเป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ที่ผมอ่านรวดเดียวจบ และชอบมากๆ ไม่ใช่เพราะเป็นรู้จักกันหรือว่าอะไร ผมชอบงานเขียนทำนองนี้ ชอบความรู้สึกของหนังสือทำมือเล่มนี้ ที่มันบ่งบอกว่าคนเขียนรักตัวละครและงานเขียนทุกๆ ชิ้นของเขามากแค่ไหน

อ่านเล่ม Before จบแล้ว ผมรู้สึกว่าอยากกลับไปทำความรู้จักกับหญิงสาวแปลกประหลาดของเขาอีกรอบเลย

Standard
เรื่องสั้น

LOOP

LOOP

“ถ้าเราอยากตอบไลน์เราก็จะตอบ ถ้าไม่อยากคุยเราก็จะหายไป เธอโอเคหรือเปล่า”

หญิงสาวเจ้าของแววตาเย่อหยิ่งแต่แฝงไปด้วยความร้อนแรงบอกกับผมตั้งแต่ครั้งแรกๆ ที่เราเริ่มคุยกัน มันเป็นเหมือนข้อตกลงระหว่างเรากลายๆ ว่าจะไม่ละเมิดพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน

ในที่นี้หมายถึงเธอคนเดียว, ไม่ใช่ผม

เธอยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับผม ดื่มเหล้าหรือเบียร์, สูบบุหรี่หรือเปล่า, มีเซ็กซ์มาแล้วกี่ครั้ง, ชอบอ่านหนังสือของใครเป็นพิเศษ และระหว่างมูราคามิและหว่องการ์ไว ชอบใครมากกว่ากัน

เอาจริงๆ ผมรู้จักมนุษย์สองคนนั้นอย่างผิวเผิน เคยเสพงานของพวกเขาบ้างเพื่อให้พอเข้าสังคมได้ ไม่ได้เข้าถึง ไม่ได้ลึกซึ้งตราตรึงกับความเหงาห่าเหวอะไรหรอก — แต่ก็แอบอิจฉา ‘ผม’ ของมูราคามิที่เอะอะก็มีผู้หญิงเข้าหาอยู่ตลอดอยู่ไม่น้อย

ผมตอบคำถามเธอทุกอย่าง แต่เธอไม่เคยเปิดเผยความเป็นส่วนตัวของเธอแม้แต่น้อย ราวกับเป็นปริมณฑลศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อนุญาตให้ใครเข้ามารุกล้ำเป็นอันขาด

เธอยังคงผูกขาดอำนาจในความสัมพันธ์ ของเราฝ่ายเดียว ไม่ว่าผมจะไปไหน ทำอะไร อยู่กับใคร จะต้องบอกให้เธอทราบตลอด แม้ว่าเธอจะไม่เปิดอ่านข้อความเหล่านั้นก็ตาม

“เดี๋ยวอยากอ่านก็อ่านเอง พิมพ์มาเถอะน่า”

ผมพยายามทำความเข้าใจเธอและความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างเราสองคน มันคืออะไรกันแน่

บางทีมันก็วูบวาบเหมือนแสงไฟในผับ บางทีมันก็ล่องลอยเหมือนควันบุหรี่

เธอบาลานซ์มันได้ดี ทั้งส่วนที่ทำให้ผมรู้สึกดีกับความรู้สึกรักแม้ไม่ต้องบอกรัก และในขณะเดียวกันก็ทำให้ผมรู้สึกแย่กับความอึดอัดและไม่ชัดเจน

“เค้าเลี้ยงไข้มึงอยู่แบบนี้ไง ถ้าเค้าจะเอามึง เค้าเอามึงไปนานแล้ว โง่ชิบหาย ควายมันยังฉลาดกว่ามึงเลย”

แม้อยากจะสวนไปว่าควายมันไม่ได้โง่อย่างที่คิด แต่ก็เอาเวลาไปทบทวนประโยคที่เพื่อนพูดดีกว่า

ผมฝ่าฝืนกฎที่เราตั้งเอาไว้ ว่าจะไม่พิมพ์ข้อความอะไรไปนอกการรายงานสถานะปัจจุบันให้เธอรู้เพียงอย่างเดียว นอกเหนือจากนั้น ถ้าเธอจะคุยจะทักมาก่อนเอง

“ระหว่างเรามันคืออะไรหรอ บอกเราทีได้มั้ย”
“จะอยากรู้ไปทำไม เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วนี่ เออ เธอทักเรามาบ้างก็ได้นะ รอตั้งนานกว่าจะทักมา”

มันก็เป็นเหมือนกับทุกครั้งนั่นแหละ เหมือนกราฟขึ้นๆ ลงๆ เรารู้อยู่แก่ใจ ว่ากำลังเดินบนเส้นทางอันตราย ตกลงมาอาจถึงตายได้

“พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า เธอปลุกเราด้วยนะ”

คุณก็รู้ว่าผมจะตอบเธอว่าอะไร

Standard