วันละรูป วันละเรื่อง

ของตาย

4

ผมถ่ายภาพภาพนี้ได้ตอนเดินไปเข้าห้องน้ำ ไม่รู้ทำไมเหมือนกันถึงเอะใจคว้ากล้องมาถ่ายเอาไว้
สำหรับคนอื่น มันอาจจะเป็นภาพธรรมดาๆ ตู้หนังสือกับจักรยานออกกำลังกายธรรมดาๆ ไม่เห็นอะไรแปลกตรงไหน
ก็ตรงความไม่แปลกนี่แหละครับ ที่ทำให้ผมหยิบกล้องถ่ายภาพนี้ออกมา

ถ้าหากคุณเป็นคนชอบอ่านหนังสือ รักการอ่านแล้วล่ะก็ การได้ครอบครองหนังสือเต็มตู้ เต็มชั้น ใช้ชีวิตรายล้อมไปด้วยหนังสือคงเป็นอะไรที่รู้สึกดีมากๆ
ผมเองก็เช่นเดียวกัน
เวลาเจอหนังสือหายาก หนังสือออกใหม่ หรือตอนงานสัปดาห์หนังสือ ก็มักจะหน้ามืดตามัว ซื้อหนังสือแบบไม่คิดอะไร พอรู้ตัวอีกทีก็มีหนังสือเต็มบ้านไปหมดแล้ว
คงไม่ต้องถามต่อว่าจำนวนที่ซื้อกับจำนวนที่อ่านนั้นเป็นอย่างไร
เพราะมันไม่เคยสัมพันธ์กันเลยสักครั้งเดียว

จักรยานออกกำลังกายนี่ก็เช่นกัน เมื่อก่อนบ้านผมตกลงซื้อเครื่องออกกำลังกายชนิดนี้มาใช้ร่วมกันเพื่อสลายไขมันที่สมาชิกครอบครัวเราสะสมกันเอาไว้มากพอตัว
แน่นอนว่าคงเหมือนคนเห่อทั่วๆ ไป เราฟิตปั่นจักรยานกันแทบทุกวัน เรียกได้ว่าใช้คุ้มทีเดียว
แต่ก็นั่นแหละ พอปั่นไปได้หนึ่งเดือน ความฟิตก็หายไป ความขี้เกียจและข้ออ้างก็เริ่มเข้ามา
“เดี๋ยวค่อยปั่น” “พรุ่งนี้แล้วกัน” ก็เริ่มเป็นประโยคที่เราพูดกันบ่อยขึ้น
จนจักรยานที่ครั้งหนึ่งเคยรองรับก้นของพวกเราก็กลายเป็นที่แขวนเสื้อผ้าไปโดยปริยาย

ผมมองดูกองหนังสือและจักรยานที่ครั้งหนึ่งเคยมีความสำคัญ แต่วันนี้มันกลายเป็นเพียงของประดับธรรมดาๆ ไม่มีความสำคัญอะไร
คงคล้ายๆ กับความสัมพันธ์ที่เราหลงลืมและทำหล่นหายไประหว่างทาง
เหมือนได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง
แล้วผมก็ปั่นจักรยาน

Advertisements
Standard
บันทึก

ถ้าหากตอนนั้นแม่เชื่อผม…

“ใส่หมวกทำไมล่ะแม่ ปั่นไปแค่นี้เอง เกะกะเปล่าๆ”

ผมมักจะพูดอย่างนี้เสมอเวลาออกไปปั่นจักรยานนอกบ้านกับแม่ ระยะทางแค่ไม่กี่กิโลเมตรจะใส่ทำไมให้เสียเวลา ร้อนก็ร้อน ไม่เท่อีกต่างหาก แต่ด้วยความเป็นห่วงและความคะยั้นคะยอของแม่ ทำให้ผมต้องใส่หมวกกันน็อคอย่างเลี่ยงไม่ได้

ช่วงนี้แม่ซ้อมจักรยานบ่อยเป็นพิเศษ เพราะตั้งใจไปร่วมงานปั่นเพื่อพ่อ ผมก็ได้แต่ปั่นเป็นเพื่อนซ้อมใกล้ๆ บ้านให้แม่มีแรงปั่นได้ในวันจริง เราตั้งใจจะไปปั่นกันในกองบินตำรวจ เพราะภายในกองบินฯ นั้นมีพื้นที่ให้ปั่นกว้างพอสมควร บรรยากาศก็ดี มีคนมาออกกำลังกายเยอะ จะได้มีเพื่อนร่วมปั่นด้วย

จักรยานของแม่ค่อนข้างเล็ก เบา เหมาะกับผู้หญิง แต่ไม่ค่อยเหมาะกับถนนที่เราปั่นผ่านเท่าไหร่ ทางค่อนข้างขรุขระ มีหลุมบ่อเต็มไปหมด เราทำได้ดีที่สุดแค่เลี่ยงเท่านั้น ไม่สามารถหลบได้พ้นเลย เพราะว่ามันเยอะมากจริงๆ

และในที่สุด สิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้นจนได้

ความที่แม่ยังปั่นไม่ค่อยคล่อง บวกกับจักรยานคันเล็ก ทำให้แม่เสียหลัก สะดุดกับหลุมข้างหน้า ผมจำภาพนั้นติดตา จักรยานคันเล็กของแม่ค่อยๆ ไหวเอน สั่นเครือ แม่พยายามควบคุม แต่ดูเหมือนจะเสียการทรงตัวไปเสียแล้ว จักรยานส่ายไปมาสักพัก ก่อนที่แม่จะล้มคว่ำหัวกระแทกลงไปบนพื้นถนน

อาการของแม่ไม่เป็นอะไรมาก แต่เวียนหัวนิดหน่อย นั่งพักสักครู่ก็ปั่นกลับบ้านได้ แต่เพื่อความชัวร์ เราตัดสินใจไปให้หมอตรวจที่โรงพยาบาล ปรากฏว่ากะโหลกไม่เป็นอะไร แต่ช้ำใน ศอกถลอก หมอลงความเห็นให้เฝ้าดูอาการที่โรงพยาบาลก่อน

มันเป็นเรื่องราวที่คาดไม่ถึง อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อจริงๆ ผมไม่ควรประมาทกับชีวิตอีกแล้ว ผมจะไม่มักง่ายกับมันอีกแล้ว เพราะประโยคที่แม่พูดกับเมื่อวาน ทำให้เอาผมขนลุก

“นี่ถ้าไม่ได้ใส่หมวก แม่คงไปแล้วล่ะ”

ผมนิ่ง พูดอะไรไม่ออก สมองและร่างกายชาไปหมด ถ้าหากตอนนั้นแม่เชื่อผม ไม่ใส่หมวกแล้วออกไปปั่นด้วยกัน

ผมก็ไม่รู้ว่าวันนี้ผมจะมีแม่ให้คอยบ่นคอยด่าอยู่อย่างนี้หรือเปล่า

Standard